อันตรายจากยาแก้ปวด..แผนปัจจุบัน

ยาแก้ปวดอักเสบที่ใช้กันทั่วในเมืองไทยตั้งแต่ Diclofenac (เช่น Voltaren) Ibuprofen (เช่น Brufen) Naproxen (เช่น Naprosyn) Meloxicam (เช่น Mobic) Piroxicam (เช่น Feldene) Indomethacin (เช่น Indocid) Sulindac (เช่น Clinoril) Phenylbutazone Mefenamic acid (เช่น ponstan) ซึ่งยาเหล่านี้แต่ละตัวมีหลายสิบยี่ห้อหรือหลายชื่อ ขึ้นกับบริษัทนั้นๆ และได้มีการเตือนและการให้ความรู้ถึงอันตรายและผลเสียจากยากลุ่มนี้มาตลอด แต่ก็ยังพบว่ามีปริมาณการจำหน่ายสูง รวมทั้งมีบางที่เอามารวมเป็นยาชุดแก้ปวด แก้เมื่อย แก้ไมเกรน ชุดละ 3-5 เม็ด หาซื้อได้ง่ายทั่วไป (น่ากลัวจริงๆ)

ล่าสุดรายงานเมื่อ 15 มีนาคม 2017 นี้เองในวารสารหัวใจของยุโรป ตอกย้ำอันตรายโดยพบว่ายาในกลุ่ม NSAID ที่ไม่มีฤทธิ์เจาะจงทำให้เกิดมีหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยจนถึงกับหยุดไปเฉยๆ โดยทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 31% จากยา Ibuprofen และความเสี่ยงสูงขึ้นไปถึง 50% สำหรับยา Diclofenac ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ไม่นานในเดือนกันยายน 2016 มีรายงานลักษณะเดียวกัน ในวารสารการแพทย์ของอังกฤษว่ายาแก้ปวดมีผลความเสี่ยงเพิ่มหัวใจวาย จากเส้นเลือดหัวใจตัน และหัวใจเต้นผิดปกติเช่นกัน!!

“แล้วอย่างนี้ เราจะยังเชื่อใจยาแก้ปวดอีกหรือ?” …มียาสมุนไพรหลายตัวพื้นบ้านเราที่ใช้ในการแก้ปวดได้ดี และมีข้อมูลการศึกษารองรับ มีการใช้จริง เช่น 
1. ยาเถาวัลย์เปรียง ออกฤทธิ์บดปวดกล้ามเนื้อได้ดีเทียบเท่ากลุ่มยา NSAIDs ไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกัน

2. กระดูกไก่ดำ ทำในรูปแบบสเปรย์และน้ำมัน โดยออกฤทธิ์ต้านอักเสบ ลดปวดสูงมาก ออกฤทธิ์ผ่านกลไกเดียวกันกับยากลุ่ม NSAIDs และยังพบว่าสารสกัดกระดูกไก่ดำยังออกฤทธิ์ที่ opioid receptor กลไกเดียวกับ morphine แต่มีฤทธิ์ลดปวดน้อยกว่า morphine ประมาณ 2-5 เท่า นอกจากนี้ยังมีกลไกลดการอักเสบเหมือนยาสเตียรอยด์ และมีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวไปยังบริเวณที่อักเสบ มีฤทธิ์ลดปวด เทียบเท่ายามาตรฐาน Aspirin
ยาเเก้ปวดเมื่อย กระดูกไก่ดำ
เป็นอีกทางเลือกในการดูแล ลดปวดอย่างปลอดภัย ด้วยสมุนไพรไทยนะคะ ^^

ขอบพระคุณข้อมูลดีดีจาก สมุนไพรอภัยภูเบศร์